ถึงแม้ว่า “บาร์เซโลน่า” จะเป็นทริปที่อยู่ในโปรแกรมการเดินทางตั้งแต่ก่อนบินมาเชก รีพับลิค แต่ตัวเมย์เองไม่ได้คาดหวังและวางแผนอะไรมากในการมาเที่ยวครั้งนี้ อาจเป็นเพราะเหตุผลที่ว่าตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา เมย์หลงเสน่ห์ของชีวิตทุกๆ วันในปราก และมีความสุขดีตามอัตภาพ ปุ๊ปปั๊ปเวลาผ่านก็ถึงเวลาบินซะแล้ว รีบๆ แพ็กกระเป๋าออกจากบ้าน ถึงสนามบินมาตื่นเต้นอีกทีก็ตอนบินผ่านเทือกเขาแอลป์ และช่วงพระอาทิตย์ตกตอนเครื่องกำลังลงที่สนามบินบาร์เซโลน่า เป็นภาพของท้องฟ้าและเส้นขอบฟ้าที่ดูสวยงามเหลือเกินค่ะ

แม้ว่าจะไม่ตื่นเต้นมากนักแต่ยังไงก็ต้องยอมรับว่า บาร์เซโลน่านั้นเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดของประเทศสเปน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากในยุโรป และใหญ่เป็นอันดับที่สองของประเทศสเปนรองจากมาดริด อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นกาตาลุญญาอีกด้วย เสน่ห์ของบาร์เซโลน่านั้นเต็มไปด้วยความครึกครื้นของผู้คน ตึกรามบ้านช่องตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างมีสีสันแปลกตา เมย์เองก็พอใจที่ได้เห็นชีวิตรื่นรมย์ในเมือง ได้สัมผัสสภาพอากาศดีๆ ริมทะเล ได้เดินหลงเสน่ห์ในเงาตามตรอกซอกซอย ได้พักผ่อนและสัมผัสบาร์เซโลน่าในแบบที่พอดีและพอใจ ถือว่าในชีวิตหนึ่งได้มาเที่ยวสักครั้งก็โชคดีมากๆ แล้วค่ะ

สำหรับโพสนี้เป็นบันทึกของเมย์ในช่วง 3-4 วันในบาร์เซโลน่า แนะนำร้านอาหารและ Tips ในการท่องเที่ยวรวมถึงสถานที่ๆ เมย์ได้มีโอกาสไประหว่างอยู่ในบาร์เซโลน่าค่ะ

How We Got to Barcelona? เดินทางด้วยกระเป๋าสะพายหลังคนละใบ บินจากปรากถึงบาร์เซโลน่าช่วงประมาณสองทุ่มครึ่ง โดยสายการบิน RYAN AIR ใช้เวลาบินร่วม 2 ชั่วโมง จากสนามบินเรานั่ง รถไฟ RENFE ที่ Terminal 2 โดยซื้อตั๋วผู้ใหญ่เที่ยวเดียวราคา 4.20 euro แล้วไปต่อ Metro ใต้ดินไปยังโรงแรม และเนื่องจากทริปนี้เราอยู่กัน 4 วัน 3 คืน เราจึงเลือกซื้อตั๋ว Metro แบบ 48 ชั่วโมง ราคาประมาณ 10 euro ซึ่งตั๋วใบนี้รวมค่าโดยสารสำหรับขนส่งสาธารณะแบบ Unlimited ด้วยค่ะ

ส่วนขากลับ Barcelona to Prague เรานั่ง Aero bus คันสีฟ้าจาก Placa de Catalunya ใจกลางเมืองบาร์เซโลน่า มาลงที่ Terminal 2 ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ราคาต่อคนประมาณ 5.9 euro และบินกลับโดยสารการบิน RYAN AIR ค่ะ

Where We Stayed in Barcelona? เราจองห้องพักที่ Pensión Mariluz ทั้งสามคืนเลยค่ะ โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมือง “Gothic Quarter” ห่างจาก โบสถ์บาร์เซโลน่า (Cathedral of Barcelona) ที่ตั้งอยู่บริเวณ ศูนย์กลางของเมืองเก่าบาร์เซโลน่า (Plaça de Sant Jaume) แค่ 3 นาที และอยู่ระหว่างป้าย Metro Liceu กับ Jaume I ตัวโรงแรมตั้งอยู่อยู่บนชั้นสามของตึกเก่า ไม่มีลิฟต์ บริเวณชั้นสามถูกแบ่งเป็นห้องเล็กๆ ประมาณ 6-7 ห้อง โดยมี Reception ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมงอยู่ด้านหน้า

ห้องที่เมย์อยู่เป็นห้องพักเตียงเดี่ยว Double bed มีหน้าต่างติดกับระเบียง เตียง Queen size ที่นุ่มมากเกิน ขนาดสำหรับคนตัวเล็กๆ 1 หรือ 2 คน ที่นอนด้วยกันแล้วจะไม่กัดกันตาย ภายในห้องมีอ่างล้างหน้าพร้อมแชมพูสระผม ผ้าขนหนู ตู้เซฟ ไม้แขวนเสื้อ ไดร์เป่าผม สำหรับส่วนกลางของโรงแรมมีห้องน้ำ ห้องสุขา (เป็นห้องน้ำรวมอยู่นอกห้อง) ห้องครัวส่วนกลางมีตู้เย็น เครื่องทำน้ำร้อน และ ฟรี Wi-Fi ราคาห้องพักต่อคืนประมาณ 73 euro ค่ะ

สำหรับคนที่มีปัญหาการนอน เมย์ไม่อยากแนะนำให้มานอนที่นี่ เนื่องจากว่าแขกของโรงแรมค่อนข้างไม่สนใจแขกคนอื่นๆ และตัวโรงแรมเองก็ไม่ได้สนใจว่าใครจะทำอะไร ไม่มีการเตือน ไม่มี Policy ในการอยู่ร่วมกันมากนัก ในตอนกลางคืนเราจะได้ยินเสียงคนพูดคุยและเดินไปเดินมา นอกจากนี้ยังปิดประตูกันได้ดังมากๆ เหมือนประตูจะพัง บางวันก็เปิดเพลงเสียงดังตั้งแต่เช้าเลยก็มีค่ะ

A Quick Overview – Barcelona’s Must-See Sights & Attractions เรามีเวลาสองวันเต็มสำหรับทริปบาร์เซโลน่า แต่เนื่องจากเราไม่ได้แพลนอะไรไว้เป็นหลักล่วงหน้า เราก็เลยเลือกที่จะเที่ยวแบบชิลๆ โดยในวันแรก เราไปเดินรอบๆ Old Town พลางๆ เก็บ Landmark ไปพลางๆ ส่วนวันที่สองเราเน้นไปที่ของกินและพักผ่อนกัน โดยเราไม่ได้คิดว่าจะต้องไปให้ครบทุกที่ และนี่ก็คือรายชื่อสถานที่ที่เราได้ไปเยี่ยมชมในทริปบาร์เซโลน่าครั้งนี้ค่ะ

1.  La Rambla

ถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านค้าขายของสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นที่แรกที่เราเดินผ่านจาก Metro ไปยังที่พักใน Gothic Quarter ค่ะ บนถนนก็จะมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามาเสนอขายของให้กับเราตลอดทางรวมถึง Weed ด้วยค่ะ ฮี่ๆ

2. Get lost in the street of old town

ตื่นมาดูชีวิตยามเช้าและเดินหลงเงาในเมืองย่าน Gothic Quarter ก่อนไปดูแลนด์มาร์คต่างๆ รอบๆ เมย์ชอบเดินไล่เก็บภาพเท่ๆ แนว ‘Street’ ตามแสงและเงาที่สอดลอดผ่านตามตรอกซอกซอยในเมืองเก่า กว่าจะออกจากบริเวณนี้ได้ก็ใช้เวลาร่วมครึ่งชั่วโมงแล้ว ฮี่ๆ ถ่ายรูปไปเดินไปเพลินตาดีค่ะ

3. Barcelona Cathedral (Cathedral of the Holy Cross and Saint Eulalia)

โบสถ์สถาปัตยกรรมกอทิกใจกลาง Square และย่านเมืองเก่า มีเสน่ห์และน่าหลงใหลมากค่ะ เราเดินออกจากโรงแรมมาเรื่อยๆ ประมาณ 3-4 นาทีก็เจอเลย ส่วนตัวแล้วเมย์ชอบ Barcelona Cathedral (มากกว่า La Sagrada Familia) เมย์คิดว่าโบสถ์นี้สวย เรียบคลาสสิคกว่ามากเลยค่ะ

4. Arc De Triomf

ประตูชัยของเมืองบาร์เซโลน่า เดินขึ้นมาจากสถานี Arc De Triomf ก็เจอเลย ประตูนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นประตูหลักของงาน Barcelona World Fair ในปี 1888 ถือเป็นประตู “จุดเริ่มต้น” นำเข้าไปในงานที่จัดในสวน Ciutadella Park ประตูชัย Arc De Triomf สร้างขึ้นโดยนักสถาปัตย์ชาวคาตาลัน Josep Vilaseca i Casanovas

5. Mercat dels Encants 

อันนี้ผ่านมาเจอก่อนไป Sagrada Familia คล้ายๆ ตลาดนัดบ้านเราค่ะ ส่วนใหญ่ขายผ้า เสื้อผ้า เครื่องใช้ในครัวเรือนและของเก่าและเครื่องประดับต่างๆ เปิดทุกวัน จันทร์ พุธ ศุกร์และเสาร์ค่ะ

6. Sagrada Familia – Photo

แลนด์มาร์คของบาร์เซโลน่า งานชิ้นเอกอีกชิ้นของ Guadi ที่ว่ากันว่าต้องมาเห็นให้ได้ ตอนแรกเมย์ก็อยากเห็นนะคะ พอมาใกล้ๆ แล้วก็เฉยๆ ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเมย์เห็น Landmark อื่นๆ ที่ค่อนข้างสวยกว่า เมย์คิดว่าตึกนี้สูงและใหญ่โตมากๆ คือแทบไม่มีพื้นที่รอบๆ ให้เห็นทัศนียภาพ ต้องมองแหงนหน้าอย่างเดียว ส่วนด้านในเมย์ไม่ได้เข้าไปค่ะ

Sagrada Familia สร้างมาเป็นร้อยปี ตั้งแต่ปี 1892 และคาดว่าจะเสร็จในปี 2030 โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างคน ธรรมชาติ และศาสนาผ่านสถาปัตยกรรมและประติมากรรม สร้างมาร้อยกว่าปีแล้ว ถ้าเสร็จแล้วมีโอกาสได้ไปอีกคงจะต้องต่อคิวเข้าไปดูให้ได้สักครั้งค่ะ

7. Park Guell

สวนแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี 1900 และ 1914 ตอนนี้ถือว่าเป็นมรดกโลก UNESCO ที่น่าสนใจก็คือการดีไซน์ของสวน สิ่งก่อสร้าง และบ้านของ Guadi ก็ตั้งอยู่ภายในสวนด้วย การดีไซน์ที่เราเห็นจากสิ่งก่อสร้างภายในสวนก็จะเป็นการนำเซรามิกชิ้นเล็กๆ มาแปะทับบนพื้นผิวของสิ่งก่อสร้าง ส่วนเสาตามทางเดินในสวยดูคล้ายๆ หิน และโคลนแห้งๆ สีน้ำตาล ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในยุคหินหรือยุคไดโนเสาร์เลยค่ะ ภายในสวนยังสามารถมองเห็นวิวของเมืองบาร์เซโลน่าอีกด้วยค่ะ

ในวันที่เมย์ไปนั้นในส่วนของ Nature Square นั้นปิดปรับปรุง ในส่วนที่ต้องซื้อตั๋วก็จะเป็นส่วนบ้านขนมผิงและสิ่งก่อสร้าง ก็จะต้องซื้อตั๋วเข้าไป โดยราคาประมาณ 7 euro ซึ่งควรจะจองตั๋วจากในเว็ปมาล่วงหน้า เนื่องจากว่ามีนักท่องเที่ยวเยอะตลอดทั้งวัน ค่ะ

ส่วนการเดินทางนั้นไม่ยาก แต่เราอาจจะทำให้มันไม่สะดวกนัก เนื่องจากเราเลือกนั่ง Metro มาโผล่สถานีไหนก็ได้ที่ใกล้ๆ ที่สุดและเดินเอา เราเลือกเดินบนถนน Av. De Pomperu Fabra เดินเข้ามาทางด้านข้างบริเวณลาดจอดรถของ Park Guell ใช้เวลาร่วม 20 นาที ถึงแล้วหิวทันทีค่ะ

8. Port of Barcelona & Port Olímpic – Photo

ในวันที่สองเป็นวันที่อากาศดีสุดๆ เราเลือกไปอาบแดดที่ Port Barclona ก็เดินกันไปเช่นเคยค่ะ วันอาทิตย์คนค่อนข้างเยอะ เราก็ตามไปนอนอาบแดดกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ มาถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้วทั้งทีต้องมีเปียกค่ะ แต่เปียกได้แค่เท้า เพราะน้ำทะเลเย็นมั่กๆ ฮ่าๆ อยากจะพาบอร์ดก็กลัวตกน้ำเย็น เราก็เลยได้แต่นอนอาบแดดกันต่อไปค่า

9. Park de la Ciutadella – Photo 

สวนแห่งนี้อยู่ติดกับสวนสัตว์บาร์เซโลน่า ภายในสวนมี บ่อน้ำพุ Cascada Fountain ที่ออกแบบโดย Josep Fontseré ในปี 1881 โดยมี Gaudi ร่วมงานด้วย สร้างขึ้นหลังจากงาน Barcelona Fair ในปี 1880 โดยได้แรงบัลดาลใจจากบ่อน้ำพุที่มีชื่เสียงในกรุงโรม ประเทศอิติลี “Trevi Fountain”

ส่วนตัวแล้วเมย์ชอบสวนนี้มากๆ เพราะมันให้ความรู้สึกแนว Southern Europe เมย์ไปช่วง Spring บางหมุมต้นไม้เขียวแดดส่อง ยิ่งให้อารมณ์แนวๆ อิตาลีเลยค่ะ แนะนำให้ไปเดิน ช่วงเย็นๆ ตอนที่พระอาทิตย์ลดต่ำลงลอดผ่านต้นไม้กระทบตามเสา เป็นภาพที่งามมากๆ เลยค่ะ

Where To Eat in Barcelona? พูดถึงเรื่องร้านอาหาร ส่วนตัวแล้วเมย์ไม่ได้ประทับใจร้านไหนเป็นพิเศษ ด้วยความที่ว่าเรื่องกินไม่ใช่เรื่องใหญ่ อร่อยบ้างอร่อยน้อยบ้าง แต่ถ้าไม่อร่อยแล้วราคาแพงนี่อาจจะเป็นเรื่องให้บ่นได้ค่า ฮ่าๆ และนี่ก็คือรายชื่อร้านอาหารที่เราไปมาในทริปนี้ค่ะ

365 Café // ร้านเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้าค่ะ เราเลือกทานอาหารเช้าที่ร้านนี้เพราะว่าบังเอิญเดินผ่านเห็นว่ามีของและคนเยอะดี (ภายหลังเห็นว่ามีสาขาเยอะ) ราคาขนมปังชิ้นเล็กๆ 5 ชิ้น ประมาณ 1 euro กาแฟประมาณ 2euro และน้ำส้มคั้น 4 EURO ค่ะ พวกขนมปัง ครัวซองต่างๆ ถือว่าใช้ได้ ถ้าสั่งพวกชีสอย่าลืมบอกพนักงานให้อุ่นก่อนนะคะ

Gata Mala // ร้านอาหารแนวอินดี้ไม่ไกลจาก Park Guell  อาหารเสปนรสงามๆ รีวิวค่อนข้างดีเลยค่ะ ร้านเปิดตอน 18.30 ถึง  เที่ยงคืน และปิดวันอาทิตย์ค่ะ โชคดีที่เราไปวันเสาร์ และเราไป “เปิดร้าน” หลังจากเราเข้าไปไม่นานคนก็ตามมาใช้บริหารทำให้เราต้องรีบสั่งอาหารทันทีเพราะกลัวจะไม่ได้กินเร็ว 😉

El Cangrejo Loco // จริงๆ แล้วเรื่องกินไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเมย์ แต่ต้องบอกเลยว่ามาเสปนทั้งทีต้องได้หม่ำปาเอย่าในเมืองเจ้าถิ่นสักครั้ง เรามาร้านนี้ทั้งๆ ที่รู้ว่าร้านอาหารที่ Port Olimpic คือร้านหรับนักท่องเที่ยวซึ่งไม่ใช่คำตอบแรกในการสรรหาร้านปาเอย่าแบบดั้งเดิม แต่เนื่องจากความหิวมากๆ ทำให้เราคิดไม่ออกแล้วว่าจะเดินกลับไป “ร้านนั้นดีไหม” ก็เลยหยุดลงที่ร้านนี้กับปาเอย่า Lobster ในราคา 45 euro ร้องไห้งอแงเพราะว่ามันแพงมาก แถมกินไปคิดถึงปาเอย่าที่ Barcelona Guadi ไปแต่ก็เอาน่า ถือว่าได้มานั่งดูบรรยากาศเมดิเตอร์เรเนียนแล้วกันเนอะ!

Cappuccino // ร้านใหญ่ติดหัวมุมแถว Gothic Quarter ใกล้ๆ กับ Metro Jaume I เป็นอีกร้านที่คิดว่านี่แหละร้านที่เราจะมาหม่ำ Breakfast เพราะว่าร้านดูดีมากและคนก็เยอะมากๆ เมสั่งขนมปังแฮมม่อนกับ กาแฟมอคค่า รสชาติโอเค แต่ค่อนข้างผิดหวังเนื่องจากขนาดของอาหารดูเหมือนจะมีขนาดเล็กครึ่งหนึ่งจากภาพที่โฆษณา อีกทั้งยังชาร์ตเพิ่มในค่า Service Charge อีกด้วย  พอมาอ่านรีวิวบางคนถึงกับบอกว่าโดนชาร์ต เกือบ 1 euro ต่อ 1 ออเดอร์เมื่อนั่งด้านนอกอีกด้วย โอ้โห!

Wok To Walk // อาหารร้านนี้จะคล้ายผัดไทย ผัดผักบ้านเราค่ะ แต่จะเป็น Made to order ให้เราเลือกผัก เส้น ซอส ราคาก็ตามอาหารที่เราสั่งเลยค่ะ สำหรับ Vegan ก็ทานได้ค่ะ

Chocolate-Box // ร้านของหวานที่เห็นแล้วต้องแวะ บอกกับตัวเองว่าพลาดไม่ได้คะ ปกติเมย์ทานของหวานอยู่ไม่กี่อย่าง และนี่ก็เช่นเคยเมย์สั่งไอศรีมช็อคโกแลตและเครปนูเทลล่า คือจะบอกว่าอร่อยมากๆ ส่วนตัวแล้วเมย์คิดว่าถ้าใครเปิดร้านขนมหวานแล้วทำช็อคโกแลตไม่อร่อยนี่ถือว่าอย่างอื่นก็คงใช้ไม่ได้ค่ะ ฮี่ๆ ร้านมีหลานสาขา ที่เมย์ไปอยู่ที่ Jaume I ค่ะ

Moniberic // ร้านนี้แถมให้เนื่องจากว่าเมย์ไม่ได้ไปทานอาหาร แต่ว่าไปซื้อ Salami ระหว่างทางไปขึ้นรถที่ Placa de Catalunya ไปสนามบินค่ะ ราคาต่อ 100 กรัมก็ประมาณ 5 euro ค่ะ

Santa Caterina Market // อันนี้ก็แถมให้ค่ะ เป็นตลาดรวมๆ ขายชีส แฮมม่อน ซาลามี่ ผลไม้และก็ของสด เหมือนสวรรค์ของเมย์ แต่ว่าไม่ได้ซื้อเพราะว่าเลือกไม่ถูกค่ะ เยอะมากๆ เลยไปซื้อตอนกลับที่ร้าน Moniberic แทน

Barcelona Travel Tips สุดท้ายนี้เมย์มี Tips เล็กๆ น้อยๆ สำหรับการท่องเที่ยวในบาร์เซโลน่ามาฝากกันค่ะ

  • Language // คนเสปนไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ แต่ก็ใช่ว่าจะพูดไม่ได้ คนที่นี่พูด Catalan และ เสปน ที่ฟังยากสุดๆ คือสำเนียงของพนักงานคนเอเชียตามร้านอาหารค่ะ หัดพูด Hola และ Gracious ไว้บ้าง ตะได้รับการต้อนรับที่ดีจากคนที่นี่ อีกอย่างพูดไปพูดมารู้สึกสนุกดีเหมือนกันค่ะ

  • Money and Currency // ใช้เงินสกุลยูโรค่ะ ร้านเล็กๆ บางร้านรับเครดิตการ์ด แต่บางที่ก็ไม่รับเลยเช่นกัน ราคาอาหารส่วนใหญ่ตามสถานที่ท่องเที่ยวมักติดท้ายด้วยที่ .90 ซึ่งถ้าใช้เงินสดตลอดก็จะได้เศษเงินทอนมาเยอะและด้วยความที่ว่าเงินทอนสกุลยูโรเป็นเศษเล็กๆ ซึ่งหาใช้ยาก ยังไงก็ลองรวบรวมเหรียญเอาไปหยอดตู้ซื้อน้ำดู จะได้ไม่ต้องเก็บเหรียญค่ะ

  • Climate // อากาศร้อนๆ หนาวๆ แบบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งคนยุโรปจะชอบมาก เหมือนมาพักร้อนใกล้ๆ ส่วนช่วงฤดูร้อนก็จะเริ่มต้นช่วงกลางๆ เดือนพฤษภาคม –  ประมาณตุลาคม ได้เห็นพระอาทิตย์นานๆ เมย์ไปช่วงปลายเมษายนอากาศเย็นๆ มีแดด พระอาทิตย์ตกสามทุ่ม ชอบสุดๆ เลยค่ะ

  • Ticket & Transportation // สำหรับการเดินทางแนะนำว่าให้วางแผนการซื้อตั๋ว Metro ถ้ามาอยู่แค่ 2-3 วัน มีตั๋วแบบ 48 ชั่วโมง แต่ถ้าคิดว่าเดินทางด้วย Metro บ่อยๆ ให้ลองดูตั๋วแบบ T10 Pass สำหรับ 10 เที่ยว ราคาอยู่ที่ประมาณ 10 euro ค่ะ อย่าลืมดูป้ายที่นั่งสักนิด

  • Pickpocketer // ระวังพวกล้วงกระเป๋า อย่าเอาของมีค่าใส่กระเป๋าแบบ Backpack ด้านหลัง ให้ระวังเวลาวางของต่างๆ ตามชายหาดหรือสวนสาธารณะ บนโต๊ะอาหาร หรือตอนเข้าห้องน้ำ ด้วยค่ะ

  • Purchese Tickets Online // ถ้าอยากจะเข้าชม Sagrada Familia และ Park Güell ให้ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า และอาจจะต้องเผื่อเวลาไปรอด้วยค่ะ

  • Cost of Living // โดยส่วนตัวแล้วเมย์คิดว่าค่าใช้จ่ายโดยรวมนั้นค่อนข้างแพง ยังไงก็อย่าลืมวางแผนการใช้เงินให้ดีนะคะ

โดยรวมแล้วเมย์คิดว่าบาร์เซโลน่าเป็นเมือง “Lively City” ครึกครื้นมากทั้งวันทั้งคืน มีผู้สูงวัยออกมาเดินเที่ยว Hangout กันเยอะมาก และด้วยความที่บาร์เซโลน่ามีสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เราจะเห็นได้ว่าคนที่นี่คลั่งไคล้ฟุตบอลมากเหลือเกิน ร้องเพลงเชียร์กันทั้งวันทั้งคืน (ความรู้สึกประหนึ่งว่าบาร์เซโลน่าเป็นประเทศ แล้วมีเลโอเนลเป็นราชา ฮี่ๆ)

ส่วนความรู้สึกแปลกๆ ที่อยากเรียกว่าเป็น “First impression” ของเมย์ที่มีต่อบาร์เซโลน่า นั่นก็คือในคืนแรกที่เราเดินจากรถไฟใต้ดินมายังโรงแรม เป็นช่วงวันศุกร์ตอนประมาณ 3-4 ทุ่ม ก็จะเป็นช่วงที่คนเยอะมากๆ เมย์จำได้ว่ามีคนมาเสนอขาย Weed ให้ตลอดทาง ตั้งแต่ออกจาก Metro บนถนน La Rambla จนถึงซอยหน้าโรงแรม โดยรวมๆ แล้วก็ประมาณ 5-6 คนที่อยากจะขาย Weed ให้กับเรา ทำให้เราแอบคิดว่า หน้าแบบเราเนี่ยมันใช่ Target จริงๆ ใช่ไหม! ตอนปฏิเสธไปก็เดินยิ้มไปหัวเราะไปค่ะ คือเมย์ว่าเมืองนี้น่าสนุกดี และการที่คนต่างพากันมาขาย Weed ให้นักท่องเที่ยวมันเหมือนมีอะไรให้ได้คิด ครึกครื้นดีค่ะ

ใครมีโอกาสไปเที่ยวบาร์เซโลน่า อย่าลืมมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ 🙂

And for Jan, If you see this… I’d like to thank you for my best holiday
and for the amazing time in Barcelona… actually, thanks for everything!

Love, May x