จากโพสที่แล้วที่เมย์พูดถึงเมือง Hallstatt ในประเทศออสเตรีย โดยหนึ่งในทริปเที่ยวยุโรปที่เราวางแผนไว้ตั้งแต่แรกๆ ก็คือขับรถกันไปให้ถึงกรุงโรม แต่ด้วยความที่ว่าเพื่อนร่วมทริปป่วย คนขับรถไม่พอ เที่ยวโรมก็ต้องล่มอย่างน่าเสียดาย เข้าสู่วันที่สองในแผนการเดินทาง เมย์ก็ยังจะอ้อนขอไปเที่ยว แบบว่าไปที่ไหนก็ได้ใกล้ๆ ขับรถไปให้หนูหน่อยน้า ; ) อ้อนไปอ้อนมาก็ได้ผลค่ะ ในที่สุดเราก็ได้ออสเตรียเป็นจุดหมายปลายทาง โดยมีเมืองท่องเที่ยว Hallstatt และ Salzburg ในแผนร่วมด้วย เจ้าถิ่นก็เลยต้องรีบจัดการหาที่พักให้ในคืนก่อนเดินทาง ซึ่งก็มาได้ Ebensee เป็นตัวเลือกสำหรับที่พักทั้งสองคืน

และแม้ว่า Salzburg จะอยู่ในแพลนตั้งแต่แรก แต่เนื่องจากเมย์แอบเกรงใจคนป่วยที่ต้องมาขับรถพาทัวร์ กลัวว่าจะไม่ไหวและเมย์เองก็ไม่อยากให้ทริปน่าเบื่อ รวมถึงมีเหตุการณ์สุดพิเศษ ที่ทำให้เราไปลงเอยเที่ยวกันที่ Gmunden ในวันสุดท้ายแทนค่ะ

Day 1 – Prague to Ebensee 

Head South

ทริปนี้เราขับรถออกจากปรากลงไปทางใต้  เริ่มออกจากบ้านเวลาประมาณบ่ายโมง อากาศดีท้องฟ้าแจ่มใส แต่เนื่องจากขับรถลงใต้ตามพระอาทิตย์ ทำให้อุณหภูมิภายในรถค่อนข้างร้อน ขับรถไปฟังวิทยุไป ดีเจก็ตอกย้ำกับสภาพอากาศในตอนนี้ด้วยประโยคที่ว่า รู้ไหมว่าวันนี้ของปีที่แล้วหิมะตกที่ปราก! เราหยุดแวะพักคน พักรถ นอนๆ เล่นๆ ที่สวนสาธารณะในเมือง Kaplice ก่อนข้ามชายแดนไปยังฝั่งออสเตรีย โดยใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 5 ชั่วโมง ตลอดสองข้างถนนที่ออสเตรียนั้นสวยงามมาก ละสายตาไม่ลงจริงๆ ค่ะ

  • Tips – เนื่องจากเราขับรถลงใต้ช่วงกลางวัน ก็เลยเจอพระอาทิตย์ส่องหน้าเต็มๆ อุณภูมิภายในรถค่อนข้างอบอ้าว เหมือนอยู่ในเตาอบ คงจะดีกว่ามากถ้าเราออกจากบ้านตั้งแต่ตอนเช้าค่ะ
  • Tips – อีกอย่างคือถนนที่ยุโรปไม่ได้มีร้านอาหารสองข้างทางตลอดทางเหมือนเมืองไทย ถ้าจะติดอาหารและน้ำดื่มไว้บนรถก็สะดวกดีนะคะ

เดินทางจากปรากมาถึง Ebensee ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง สำหรับทริปนี้เราเลือกที่จะพักในเมืองที่ใกล้ๆ กับ Hallstatt และ Saltburg เราเลยเลือกพักในเมือง Ebensee ที่โรงแรม Pension Ahamer และส่วนหนึ่งที่เราตัดสินใจเลือกที่พักแห่งนี้ก็คือภาพวิวของเมืองติดทะเลสาบและภูเขาสีขาว ส่วนราคาห้องพักนั้นสมเหตุสมผลและยังรวมอาหารเช้าไว้ด้วยค่ะ

Day 2 – Ebensee to Hallstatt

Bed & Breakfast

เนื่องจากคืนแรกที่เรามาถึงนั้นเป็นวันหยุด และร้านอาหารรวมถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นก็ต่างพากันทยอยปิด นึกได้ว่าหอวตอน 4 ทุ่มเลยออกไปหาอาหารทาน โชคดีเจอร้านเคบับที่ Jan บอกว่าอร่อย ส่วนเมย์เนื่องจากไม่สันทัดอาหาร แล้วก็เป็นคนที่เลือกอาหารผิดปากมาตลอด เลยตัดสินใจสั่งอาหารขยะนักเก็ต เฟรนช์ฟราย มาประทังชีวิตคนหิว 😉 ซึ่งก็แน่นอนจะมีอะไรไปอร่อยเท่าเคพับกันล่ะ มาโชคดีอีกทีได้ทานอาหารเช้าที่โรงแรมนี่แหละค่ะ อาหารเช้าที่นี่ค่อนข้างหลากหลาย ซึ่ง Jan บอกว่าชอบนักชอบหนา ส่วนเมย์ ก็ได้เหมาหม่ำโยเกิร์ต์ไปสองสามถ้วย ก่อนเตรียมตัวออกเดินทางไป Hallstatt ค่ะ

Day trip to Hallstatt

จากบล็อก Hallstatt เราเดินทางออกจาก Ebensee ช่วงประมาณ 10 โมงเช้า ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ขับรถแบบชิลๆ บนถนนที่โอบล้อมไปด้วยป่าเขาและความสดชื่นของธรรมชาติตลอดสองข้างทาง ขับรถชมวิวไปพลางๆ จนมาถึงทางแยกเข้า Hallstatt จากทางแยกนี้เราต้องขับรถขึ้นภูเขาและอุโมงค์ตัดช่องเขา ซึ่งถนนหลักที่นำเข้าสู่ Hallstatt นั้น มีเส้นทางปั่นจักรยานควบคู่ไปด้วยตลอดทั้งเส้นทาง อ่านต่อทริป Hallstatt ได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้เลยค่ะ

Read more: Road Trip to Austria – Day Trip to Hallstatt Travel Diary

Tips about food

หลังจากกลับมาจาก Hallstatt ในมื้อค่ำนี้เราตกลงกันว่าจะไม่ซื้อของทานเพราะว่าส่วนหนึ่งคือเราไม่ได้หิวมาก อีกทั้งเมย์เป็นคนที่เลือกอาหารได้ไม่ค่อยอร่อย ทานก็ไม่ค่อยคุ้มราคา และตั้งแต่โดนนักเก็ต เฟรนช์ฟรายกล่องน้อยๆ ในราคา 7.9 euro ในคืนแรก คืนที่สองเราก็เลยไปซื้อของมาทำกับข้าวทานกันเองที่ครัวภายในโรงแรม ซึ่งโชคดีที่ห้องที่เมย์อยู่มีครัวอยู่ภายในห้องเลยค่ะ ส่วนบางห้องก็มีครัวส่วนกลางภายนอกห้อง เวลาเราทานไม่หมดก็หอบเอากลับไปทานต่อบนรถได้อีก (โรงแรมที่ยุโรปส่วนใหญ่จะมีห้องครัวส่วนกลางค่ะ)

และเนื่องจากว่ายุโรปไม่ได้หาของทานง่ายเหมือนประเทศไทย อีกทั้งประเทศนี้เขาให้ค่าของคนในงานบริการ อาหารตามร้านค้าจึงมีราคาค่อนข้างแพงกว่า (คนทอดนักเก็ต 5 ชิ้น 7.9 euro เดินมาเห็นนักเก็ต 1 ถุงใหญ่ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตราคาไม่ถึง 3 euro เลยค่ะ) ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องของกินมากนัก และอยากจะประหยัดงบ เมย์แนะนำให้ไปเดินช้อปปิ้งที่ซุปเปอร์มาเก็ตเผื่อได้ของถูกของดีมาทำอาหารทานเองค่ะ

A Night walk & lake view at Traunkirchen

ในคืนที่สองหลังจากกลับมาจาก Hallstatt เราขับรถออกไปเดินชมเขตเทศบาล เล็กๆ ที่ชื่อว่า Traunkirchen บริเวณทะเลสาบ Traunsee โดยเราขับรถไปจอดที่จุดชมวิวแล้วเดินเลาะริมทะเลสาบ เริ่มจากโรงแรม Seehotel “Das Traunsee” อากาศในคืนนี้ค่อนข้างเย็น ไม่อยากให้คนป่วยทรุดเราก็เลยต้องกลับไปเอาเสื้อกันหนาวอีกตัวมาใส่กัน

สิ่งที่เมย์ชอบที่สุดสำหรับ Night Walk ที่ Traunkirchen ก็คือความเงียบสง ความเรียบง่ายในธรรมชาติของที่นี่ และความอิสระท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายของเมืองๆ นี้ค่ะ

Day 3 – Gmunden

May! It’s my mom’s hometown!

วันสุดท้ายที่ออสเตรีย เราเปลี่ยนแผนการเดินทางนิดหน่อยในช่วงเช้า ส่วนหนึ่งเนื่องจากเมย์เกรงใจคนป่วย กลัวว่าจะขับรถกลับไม่ไหว และอีกส่วนหนึ่งคือเมย์ได้คุยกับคุณ Bjorn บอกว่าเมย์รู้ไหมว่าเธออยู่ใกล้กับบ้านเกิดของแม่ฉัน​เลย! คุณแม่ Christine เกิดและโตที่ Gmunden ที่ๆ มีโบสถ์ลอยอยู่กลางน้ำ แม่ฉันลากไลสด์บอร์ดเดินขึ้นเขา 3 ชั่วโมงเพื่อไถลงมาด้านล่าง และยังเกือบทำน้องหลุดมือตกน้ำตรงทะเลสาบนั่น! และเพราะไอเดียของคุณ Bjorn ที่อยากให้เมย์ถ่ายรูปที่เมืองแล้วส่งไปให้คุณแม่ Christine โดยที่ไม่ต้องบอกให้เธอรู้ ว่าเมย์รู้ว่านี่คือเมืองที่เธอเกิดและเติบโต

ได้ฟังตามนี้แล้วเมย์ก็ลากแผนที่ใหม่ โดยเพิ่ม Gmunden เป็นจุดแวะพักก่อนไป Salzburg และด้วยความที่ว่าเมย์จำได้ว่าวันเกิดของคุณแม่คือวันพรุ่งนี้ ยังไงซะก็จะต้องไปให้ได้ และก็ไม่ผิดหวังค่ะ เมืองเล็กๆ สงบๆ อีกเมืองกับชีวิตที่ไม่วุ่นวายมาก เราเปลี่ยนแผนจากแวะแค่ 20 นาที เป็น 1 ชั่วโมง นั่งเล่น เดินเล่นรับลมเย็นๆ ริมทะเลสาบ เต๊ะท่าถ่ายรูปกันแล้วสุดท้ายก็ยกเลิกทริป Salzburg ก่อนขับรถกลับไปทานอาหารเช็คที่ ประเทศเช็ก รีพับลิคค่ะ

Ebensee

Ebensee เป็นเมืองตลาด “Market Town” ตั้งอยู่ในเทือกเขา Salzkammergut Mountains อยู่ทางใต้ของทะเลสาบ Traunsee 

Gmunden

ส่วน Gmunden ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของทะเลสาบ Traunsee เป็นเมืองศูนย์กลางของอุตสาหกรรการทำเกลือ ทั้งสองเมืองอยู่ห่างกันแค่ 20 นาที

ทริปนี้แม้ว่าจะไม่ได้ไป Salzburg แต่ก็ดีใจที่ได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ
ที่อาจทำให้คนที่เรารักทุกๆ คนมีความสุข ในสิ่งที่เราได้ทำเพื่อกันและกันค่ะ 🙂

“Remember that happiness is a way of travel – not a destination. “
-Roy M. Goodman

Wearing: Sports Bra – Heartcore.bkk

Love, May x